การเลือกไม้เท้าสำหรับ เดินป่า/วิ่งเทรล

02/03/2016 0 ความคิดเห็น

ไม้เท้ากลายเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้สำหรับหลายคน ในการเดินป่า เดินเขา หรือวิ่งเทรล

 

เดินป่า Trekking

 

เดินเขา Hiking

 

วิ่งเทรล Trail Running

 

ไม้เท้ามีหน้าที่หลักในการช่วยในการทรงตัวระหว่างการเดินหรือวิ่ง โดยเฉพาะในเส้นทางชัน ทั้งขึ้นและลง ป้องกันการลื่นล้มในเส้นทางเปียกลื่น มีงานวิจัยว่าการใช้ไม้เท้าสามารถลดภาระน้ำหนักที่มีต่อหัวเข่าลงได้ถึง 20-40% และไม้เท้ายังสามารถ             ใช้ประโยชน์อื่นๆ ได้อีกหลายหลายในการเดินป่า แค้มปิ้ง และกิจกรรมกล้างแจ้งทุกชนิด

 

ใช้เป็นเสาเต็นท์/ฟลายชีต

 

ใช้เป็นเสาแขวนอุปกรณ์ ตะเกียง ตากเสื้อผ้า

 

ใช้เช็คระดับความลึกของน้ำหรือหลุม

 

ใช้เป็นค่าตั้งกล้องแบบขาเดี่ยว Monopod (สำหรับบางรุ่นที่มีออพชั่นเสริม)

 

กายวิภาคของไม้เท้า

 

 

ระบบพับเก็บ


ไม้เท้าเดินป่า มีลักษณะพิเศษคือ ต้องพับเก็บได้ ด้วยเหตุผลในการพกพา ใส่เป้เดินป่าหรือกระเป๋าเดินทาง ระบบพับเก็บของไม้เท้าเดินป่า สามารถแบ่งแยกได้เป็น 3 แบบหลักๆ คือ


1. Telescope หรือแบบเลื่อนเข้าออก เป็นรูปแบบการเก็บไม้เท้าแบบคลาสสิคที่นิยมใช้กันมายาวนาน ด้วยการใช้งานที่ง่ายแทบไม่ต้องเรียนรู้ สามารถปรับสั้นยาวได้ตามต้องการ แม้จะใช้กับเด็ก

 

ระบบพับไม้เท้าแบบเลื่อนเข้าออก ใช้กับไม้เท้าเดินป่ามายาวนาน ตั้งแต่ไม้เท้าทั่วไป จนถึงแบรนด์เนมราคาแพง

 

2. Z-Fold หรือการเก็บแบบพับคล้ายกับเสาเต็นท์ เป็นรูปแบบการเก็บไม้เท้าระบบใหม่ที่พัฒนาโดยผู้ผลิตไม้เท้าชั้นนำหลายรายเพื่อทำให้ขนาดของไม้เท้าเมื่อพับเก็บแล้วเล็กลงกว่าแบบ Telescope

 

MOUNTAIN KING TRAL BLAZE ไม้เท้าระบบ Z-Pole ที่เล็กที่สุดในโลก

 

Black Diamond คิดค้นระบบพับเก็บแบบ Z-Poles เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของตนเอง และเป็นหนึ่งในไม้เท้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดทั่วโลก

 

 

3. Hybrid คือการผสานข้อดีของไม้เท้าทั้งสองแบบเข้าด้วยกัน

 

ไม้เท้าระบบ Z-Pole ที่สามารถปรับสั้นยาวได้ด้วย

 

ระบบล็อค


นอกจากรูปแบบการพับเก็บแล้ว ระบบล็อคไม้เท้าเป็นอีกจุดที่สำคัญ ซึ่งส่งผลต่อความแข็งแรงของไม้เท้า ตลอดจนอายุการใช้และการบำรุงรักษา ระบบล็อคไม้เท้ามีรูปแบบหลักๆ ดังนี้


1. Clip Lock หรือ Clamp Lock คือระบบการล็อคแบบบีบไม้เท้าจากภายนอก

 

คลิปล็อคภายนอกอาจเกี่ยวหรือติดกับกิ่งไม้ ใบไม้ ระหว่างเดินป่าหรือวิ่งได้

 

 

2. Twist Lock คือระบบการล็อคด้วยการหมุนไม้เท้า โดยมีกลไกการล็อคอยู่ด้านในแกนท่อไม้เท้า

 

Twist Lock ใช้แพร่หลายในไม้เท้าทุกระดับ ตั้งแต่ไม้เท้าราคาถูกจนถึงราคาแพง

 

ระบบล็อคทั้งแบบ Clip Lock และ Twist Lock ใช้หลักแรงเสียดทานในการล็อค ทำให้อาจมีการหลวมคลอนได้เมื่อใช้งานไประยะเวลาหนึ่ง ซึ่งระบบ Clip Lock บางรุ่นแก้ปัญหานี้ด้วยการออกแบบให้สามารถปรับเพิ่มระดับการจับล็อคได้ ส่วนระบบ    Twist Lock ขึ้นอยู่กับการออกแบบและคุณภาพวัสดุของกลไกลล็อคภายในแกนท่อ


3. Push-Pop Lock เป็นระบบล็อคที่นิยมใช้ร่วมกับไม้เท้าพับแบบ Z-Fold ใช้หลักปุ่มกดสปริงหรือลูกปีนเป็นตัวล็อค

 

Black Diamond Ultra Distance ไม้เท้าพับแบบ Z-Fold และระบบล็อคแบบ Push-Pop Lock ที่ได้รับรางวัลการออกแบบ และเป็นที่นิยมจากนักเดินวิ่งนักเดินป่าทั่วโลก

 

Helinox - TL Series ไม้เท้าระบบล็อค Push-Pop Lock อีกหนึ่งแบรนด์

 

4. Stretch Cord Lock เป็นระบบล็อคอีกแบบที่นิยมใช้ร่วมกับไม้เท้าพับแบบ Z-Fold โดยใช้เลือกหรือสลิง “ขึง” แกนท่อไม้เท้าทั้งหมดเข้าด้วยกัน แล้วยึดไว้

 

 

5. Hybrid คือการผสานข้อดีของไม้เท้าทั้งสองแบบเข้าด้วยกัน

 

นอกจากส่วนหลักๆ ของไม้เท้าแล้ว ไม้เท้าเดินป่ายังมีส่วนประกอบอื่นๆ อีก เช่น 


1. ด้ามจับ ส่วนใหญ่จะผลิตในรูปทรงที่อ้างอิงตามหลักสรีระศาสตร์ (Ergonomic) ทำให้จับได้เข้ามือ ล็อคนิ้วและอุ้งมือได้ดี       ผลิตจากวัสดุหลายประเภท เช่น โฟม ไม้ พลาสติก ยาง ฯลฯ

 

 

2. สายคล้องข้อมือ เป็นอีกส่วนประกอบสำคัญ ทำให้จับยึดไม้เท้าได้อย่างมั่นคงและไม่หลุดลื่นจากมือง่ายๆ

 

 

3. ปลายไม้เท้า ไม้เท้าเดินป่าจะมีปลายไม้เท้าหลายรูปแบบให้เปลี่ยนตามสภาพพื้นที่ใช้งาน ในการเดินป่า/วิ่งเทรล ส่วนใหญ่นิยมใช้หัวแบบแหลมสำหรับจิกพื้น (carbide tips) และสามารถใช้กับพื้นเรียบได้โดยสวมหัวยางครอบทับ

 

 

4. ตัวกระจายแรงกดสำหรับพื้นนุ่ม (หิมะ, โคลน, ทราย)

 

 

วัสดุ


วัสดุที่ใช้ในการผลิตไม้เท้าเดินป่าจะมี 2 ประเภท คือ 


1. อลูมิเนียม เป็นวัสดุที่นิยมที่สุด เนื่องจากราคาไม่แพง น้ำหนักเบาปานกลาง แข็งแรง เหนียวยืดหยุ่นได้มาก บิดงอเมื่อรับแรงเกินขีดจำกัดแต่ไม่ฉีกขาด

 

ไม้เท้า อลูมิเนียม ไม่ทำสี กับระบบล็อคแบบ Internal Lock (Twist Lock)

 

เมื่อต้องรับแรงเค้นมากเกินไป อลูมิเนียมจะบิดงอตามแรง แต่ไม่หัก

 

 

2. คาร์บอนไฟเบอร์ เป็นวัสดุสังเคราะห์ ที่มีน้ำหนักเบากว่าอลูมิเนียม แข็งแรง แต่ยืดหยุ่นได้น้อยกว่า เปราะแตกเมื่อรับแรงเกินขีดจำกัด.

 

 

Carbon Fiber จะฉีกขาด เมื่อรับแรงเค้นมากเกินขีดจำกัด

 

บทสรุป

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น