ความคิดเห็นล่าสุด

รองเท้าจีนแดง VS สตั๊ดดอย (ยางหล่อ)

เขียนโดย pathwild 25/08/2017 0 ความคิดเห็น

รองเท้าจีนแดง VS สตั๊ดดอย (ยางหล่อ)

 

รองเท้าเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญของการเดินป่า สำคัญพอๆกับเป้เดินป่า ยกเว้นว่าจะเดินเท้าเปล่ากันได้ แล้วรองเท้าเดินป่าควรเป็นอย่างไร


       - รองเท้าเก่าๆใกล้พังได้ไหม พังจะได้ไม่เสียดาย....แต่ถ้าไปพังตอนยังไม่จบทริป จะเกิดอะไรขึ้น

 

       - รองเท้ากีฬาได้ไหม ซับพอร์ตดี นุ่ม สบาย...แต่ถ้าต้องข้ามน้ำ คงชุ่มฉ่ำไม่เลิก

 

       - รองเท้าแตะได้ไหม สบายๆไม่ร้อน ไม่อับ...ถ้าแน่ใจว่าไม่ลื่น เดินได้ถนัดไม่ลำบากในทุกสภาพ


       - แตะรัดส้น กระชับ ไม่กลัวน้ำ ไม่กัดไม่อับเท้า...อยู่ที่ว่าทริปนั้นลุยแค่ไหน

 

       - รองเท้าฝรั่งสำหรับเดินป่าไปเลย....แพงหน่อยแต่มันออกแบบมาเพื่อสิ่งนี้

 

       - ฯลฯ

 

หลายคำถาม หลายเหตุผลของมือใหม่ ที่ต้องคาดเดาว่าหนทางข้างหน้ามันเหมาะกับรองเท้าแบบไหน ส่วนมือเก่าเอง หลายคนก็ยังลองผิดลองถูกกับรองเท้าแบบต่างๆ เพราะที่จริงแล้วไม่มีรองเท้าวิเศษที่จะเหมาะกับทุกสภาพพื้นที่ และสุดท้ายแล้วรองเท้าก็ช่วยได้ส่วนหนึ่ง สิ่งที่สำคัญกว่าคือศักยภาพของแต่ละคนด้วย

 

สำหรับมือใหม่ มักได้รับคำแนะนำให้ใช้รองเท้าอยู่ 2 แบบ ซึ่งถือป็นรุ่นยอดฮิตของนักเดินป่าทั้งหลาย

แบบที่ 1 รองเท้าจีนแดง คือรองเท้าผ้าใบสีเขียวๆ มีทั้งแบบลายพราง และแบบสีเขียวพื้น ขอบรองเท้าเขียว หรือดำ มันก็เป็นจีนแดงเหมือนกัน เป็นทรงหุ้มข้อปิดตาตุ่ม ที่เรียกว่าจีนแดง เพราะเป็นรองเท้าที่ทหารจีนตามชายแดนเคยใช้ มันจึงมีสีเขียวเหมือนเครื่องแบบทหาร

 

 

                         ขอขอบคุณภาพจาก IG : Bodame Saturn        

  

แบบที่ 2 รองเท้ายางหล่อ หรือ สตั๊ดดอย เป็นรองเท้ายาง ทรงคล้ายรองเท้าคัชชูผู้ชาย มีปุ่มกลมที่พื้นรองเท้าด้านล่าง คล้ายรองเท้าสตั๊ด คำว่าสตั๊ดดอย เป็นคำเรียกกันในกลุ่มนักเดินป่า คนทั่วไปจะเรียกรองเท้าพวกนี้ว่ายางหล่อ เวลาไปหาซื้อหากเรียกสตั๊ดดอย บางทีคนขายอาจจะงงๆ

 

 

ซื้อได้ที่ไหน ???

 

- รองเท้าจีนแดง มีขายตามตลาดชายแดนทั้งหลาย ส่วนในต่างจังหวัดที่ไม่มีเขตติดต่อประเทศอื่น หายากมาก แทบไม่เคยเจอ และไม่มีใครรู้จัก แต่มีขายในกรุงเทพฯตามร้านอุปกรณ์เดินป่าทั้งหลาย

 

- รองเท้ายางหล่อ มีขายตามต่างจังหวัด ตามร้านที่มีขายเครื่องมือเกษตร ร้านขายรองเท้า ส่วนในกรุงเทพฯ หาซื้อได้ยากเช่นกัน ส่วนใหญ่จะไปซื้อกันตอนแวะตลาดช่วงเช้า ซึ่งบางทริปก็ไม่ได้แวะ หากแวะก็ไม่รู้ว่าจะเจอร้านขายรองเท้ายางหล่อหรือไม่ เจอร้านก็ยังต้องลุ้นว่ามีไซส์หรือเปล่า ซึ่งมันเสี่ยงเกินไปสำหรับคนที่ไม่มีรองเท้าสำรอง

 

 

เหตุผลหลักๆที่ทั้ง 2 แบบนี้เป็นที่นิยมในหมู่นักเดินป่าทั้งหลาย

   

- การเกาะยึดของรองเท้า พื้นของรองเท้ามีดอกยางที่ลึก เหมาะกับการจิกดิน ช่วยในเรื่องแรงเสียดทานได้ดี ลดการลื่นไถล

 

- ราคาถูก จนไม่ต้องเสียดายรองเท้า การใส่รองเท้าแพงๆไปลุยโคลน เป็นอะไรที่สะเทือนใจพอสมควร

                                     ขอขอบคุณภาพจาก  Rafael-II

 

- พื้นรองเท้านิ่มบิดงอตามรูปเท้าได้ดี เรียกได้ว่ามันคล้ายการเดินด้วยเท้าเปล่า มีประโยชน์มากตอนที่เราต้องลงน้ำหนักที่ปลายเท้า ต้องไต่รากไม้ เรากดน้ำหนักได้ตามสัมผัส เพราะรองเท้ามันจะกดลงไปตรงๆ ไม่มีการถ่ายน้ำหนักไปลงที่อื่น รองเท้าที่ซัพพอร์ตเท้าดีๆมักมีโค้งเว้าในเท้ามารองรับ และมีพื้นรองเท้าที่แข็ง เพื่อกระจายแรงกด เวลาเดินเราแทบไม่รู้สัมผัสของพื้นที่เหยียบลงไป แต่เวลาที่เราจำเป็นต้องเดินแบบเขย่งเท้า รองเท้าพื้นแข็งมันทำได้ยาก

 

- ใช้วัสดุที่อุ้มน้ำน้อยมาก โดยเฉพาะยางหล่อ หรือสตั๊ดดอย ไม่มีอะไรอุ้มน้ำเลย เดินพักเดียวรองเท้าก็แห้ง แต่ถุงเท้ายังคงเปียก จีนแดงแม้จะเป็นผ้า แต่ก็ไม่ได้อุ้มน้ำเท่ารองเท้ากีฬาหรือรองเท้าฝรั่ง เมื่อรองเท้าไม่อุ้มน้ำ ไม่หนัก ไม่แฉะ ก็เท่ากับลดโอกาสเท้าเปื่อย

 

                       ขอขอบคุณภาพจาก Momojang_momo

 

- เป็นรองเท้าที่หุ้มปลายเท้าและส้นเท้า ข้อนี้มีข้อดีและข้อเสีย ข้อดีข้อมันช่วยเรื่อการป้องกันการบาดเจ็บของนิ้วเท้า เช่นเดินสะดุดตอไม้ หิน หรือที่เจ็บสุดคือตอนเท้าไปเตะสวนกับกิ่งไผ่ ไม่ว่าจะเข้าซอกนิ้ว หรือซอกเล็บ รับประกันความเจ็บทุกกรณี ส่วนข้อเสียของการปิดปลายเท้าคือช่วงเดินลงทางชัน นิ้วมันจะชนกับรองเท้า ยิ่งลงเร็วมากเท่าไหร่ ยิ่งกระแทกมาก ยิ่งเจ็บมาก ไม่แปลกที่ลงมาแล้วต้องถอดเล็บกัน

 

ข้อเสียของรองเท้าทั้งสองแบบนี้คืออะไร

 

- เป็นรองเท้าที่มีอายุการใช้งานสั้น จีนแดงจะขาดที่ตาไก่ตรงที่ร้อยเชือกผูกรองเท้า โดยเฉพาะเมื่อโดนน้ำจะเปื่อยง่ายขึ้น และจะขาดที่ขอบด้านข้าง เพราะเป็นรองเท้าที่ไม่ได้ผ่านการเย็บ มันใช้ระบบติดกาว ส่วนยางหล่อหรือสตั๊ดดอย จะมีอาการยางแข็งตัวกระด้างขึ้น จนเกิดการฉีกขาด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าใช้ในทริป 2-3 วันแล้วมันจะพังกลางทริป ส่วนใหญ่จะใช้ได้จนจบทริป หลังจากนั้นก็ต้องคอยดูว่าสภาพพอจะไปต่อได้ไหม ถ้าดูแล้วไม่ไหว ก็ไม่ควรเสี่ยง การที่รองเท้าขาด หลุด หรือมีปัญหากลางทริปถือเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียว

 

- รองเท้ากัด เพราะรองเท้าทั้งสองชนิดเป็นรองเท้าราคาถูก วัสดุที่ใช้ก็เป็นวัสดุที่ไม่ได้มีความทนทานอะไรมากมาย พื้นบาง ไม่มีตัวปกป้องเท้าให้นุ่มสบาย รองเท้าจีนแดง จุดที่กัดจะเป็นส่วนปลายเท้า ไม่ค่อยมีจุดเสียดสีที่อื่น ส่วนยางหล่อ จะกัดที่ปลายเท้า และขอบรองเท้าโดยเฉพาะช่วงตาตุ่ม วิธีแก้ปัญหาของยางหล่อนี่ง่ายมาก กัดตรงไหนปาดตรงนั้นทิ้ง เพราะมันเป็นยาง สามารถใช้มีดตัดได้หมด เราควรเลือกปาดรองเท้าเพื่อรักษาเท้าไว้ และวิธีเลือกรองเท้าทั้ง 2 ชนิด ควรเลือกให้ใหญ่กว่าเท้าเล็กน้อย เพราะเมื่อเราเดินมากๆ เท้าเราจะบวมขึ้น ถ้ารองเท้าพอดีมันจะเกิดการแน่นคับ และเกิดอาการรองเท้ากัดตามมา นอกจากนั้นก็ควรคำนึงถึงความหนาของถุงเท้า ถุงกันทาก แผ่นรองด้านในรองเท้า หรือสิ่งที่เราเสริมเข้าไปในรองเท้าเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการรองเท้ากัด สิ่งเหล่านั้นจะกลายเป็นตัวที่ทำให้รองเท้าแน่นขึ้น และเมื่อภายในรองเท้าแน่นเกินไป กลายเป็นว่าส่วนที่ป้องกันนั่นเองที่ทำให้รองเท้ากัดได้ส่วนผู้ที่ชินแล้ว อาจจะแทบไม่ได้เสริมอะไรก็เดินได้สบายดี ข้อสำคัญอย่าลืมตัดเล็บเท้าให้สั้นก่อนออกทริป จะลดอาการบาดเจ็บลงได้ และช่วงขาลง ควรระวังการวางเท้า ไม่ลงน้ำหนักที่ปลายเท้ามากนัก ใช้วิธีย่อเข่าและลงน้ำหนักที่ส้นเท้าก่อนปลายเท้า

 

- ความสวยงาม รองเท้าทั้ง 2 ชนิด ไม่ใช่รองเท้าสวยงามอะไร ยางหล่อจะมี 2 สี แค่สีน้ำตาล และสีดำ ส่วนจีนแดงนั้นยืนพื้นที่สีเขียว จะมีลายหรือไม่มีลาย ใส่ไม่กี่ครั้งก็ต้องทิ้ง ดังนั้นควรใช้ความสวยงามเป็นข้อพิจารณาข้อท้ายๆ

 

                                   ขอบคุณภาพจาก vickie

 

- การลื่น ไม่ใช่ว่ารองเท้าทั้งสองแบบนี้จะไม่มีโอกาสลื่นเอาเสียเลย เพราะมันไม่ใช่รองเท้าวิเศษ พื้นที่ทำให้รองเท้าทั้ง 2 ชนิดลื่น ส่วนใหญ่เป็นหินเกลี้ยงๆ โดยเฉพาะเมื่อมีน้ำ หรือตะไคร่เกาะอยู่ เมื่อเจอพื้นแบบนี้ ใส่รองเท้าอะไรก็ต้องเดินอย่างระมัดระวัง

 

สรุปแล้วระหว่างจีนแดง และยางหล่อ อะไรดีกว่ากัน

 

                                      ขอขอบคุณภาพจาก ชาร้อนถ้วยหนึ่ง

 

คำตอบคือตัวผู้ใส่เอง เพราะบางคนก็ใส่ชนิดใดชนิดหนึ่งไม่ได้ หรืออาจใส่ได้ทั้งสอง หรือใส่ไม่ได้เลยสักอย่างก็ได้ ปัญหาที่ใส่ไม่ได้อย่างเดียวคือ รองเท้ากัด บางคนโดนจีนแดงกัด ใส่ยางหล่อได้อย่างสบาย บางคนโดนยางหล่อกัด ใส่จีนแดงได้ ถ้าให้สรุปจริงๆคือต้องลองด้วยตัวเอง แล้วเลือกว่าตัวเองจะเหมาะกับรองเท้าแบบไหน แล้วสุดท้ายคุณจะพบว่า รองเท้าที่ดีที่สุด ยังไม่สำคัญเท่าเท้าของคุณเอง

 

เกร็ดเล็กน้อยของความได้เปรียบเสียเปรียบของรองเท้าทั้งสองอย่าง


 - เวลาเท้าจมโคลน รองเท้าจีนแดงจะติดขึ้นมาพร้อมเท้า แต่ยางหล่อจะจมอยู่ในโคลน ต้องคอยควานหารองเท้า

 

 - จีนแดงถอดและใส่ยากกว่ายางหล่อ เวลามีกรวดอยู่ในรองเท้า ยางหล่อถอดออกมาเคาะง่ายกว่า

 

สุดท้าย อย่าลืมข้อสำคัญที่ว่า เท้าของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การที่คนเดินป่าเก่งๆไม่ลื่น ไม่ล้ม เดินได้คล่องแคล่ว ไม่ได้อยู่ที่รองเท้าอย่างเดียว บางทีเราอาจเห็นเขาใส่รองเท้าธรรมดา แต่กล้ามเนื้อที่ขา เส้นเอ็นข้อเท้า การทรงตัว การคุ้นชินกับพื้น เป็นสิ่งที่เรามักมองไม่เห็น การคิดว่าที่เขาไม่ลื่นเป็นเพราะรองเท้าอย่างเดียวคงไม่ใช่ ดังนั้นเวลาที่ล้ม อย่ายกความผิดให้รองเท้าเพียงผู้เดียว เพราะคนที่เดินเก่งแค่ไหน ก็ล้วนแต่เคยมีวันที่ลื่นล้มไม่เป็นท่ามาแล้วทั้งนั้น ล้มแล้วลุกเพื่อจะสนุกกับการเดินป่าต่อไป

 

 

บทความโดย : ข้าวขาว
 

 

แสดงความคิดเห็น