Blog - Carabiner ว่าด้วยเรื่องประตู

Carabiner ว่าด้วยเรื่องประตู
โดย Thamrong admin 26/7/2021 00:12 ข้อคิดเห็น

หลังจากที่เรารู้เรื่องโครงสร้างต่างๆของ Carabiner ไปแล้ว ก็ถึงคิวเรื่องของประตูรูปแบบต่างๆกันบ้าง

ประตูของคาราบิเนอร์แม้ไม่ได้มีความสำคัญในเรื่องการรับแรง

แต่ก็มีความสำคัญโดยเฉพาะเรื่องความสะดวกในการใช้งาน

ซึ่งในแต่ละงาน นอกจากใช้คาราบิเนอร์รูปร่าง และค่าการรับแรงที่ต่างกันแล้ว

ยังมีรูปแบบของประตูเปิด-ปิด ที่แต่ละแบรนด์ออกแบบมาให้สะดวกกับงานนั้นๆมากยิ่งขึ้น

เรามาดูกันว่าทำไมการใช้งานที่ต่างกัน จึงมีการออกแบบประตูออกมาไม่เหมือนกัน

 

การจำแนกประตูของคาราบิเนอร์ แบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆได้ 2 กลุ่มง่ายๆ คือ

1 Non Locking Carabiner

2 Locking Carabiner

 

เรียกง่ายๆว่าเราแบ่งกลุ่มใหญ่ของ Carabiner Gate เป็นล็อกได้ และล็อกไม่ได้เท่านั้นเอง

ในกลุ่มล็อกได้ ส่วนใหญ่มันจะรับแรงได้มากกว่า เพราะมีการเชื่อมต่อ ซ้อนทับที่แน่นหนา แข็งแรงมากกว่า

มักใช้ในงานที่ต้องการเซฟตี้สูงๆ เพื่อความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นการทำงานในที่สูง การกู้ภัย หรือจุดที่ใช้ทำแองเคอร์ หรือจุดยึดต่างๆ

ส่วนในกลุ่มที่ล็อกไม่ได้ ก็จะเป็นที่นิยมในกลุ่มที่ใช้ในงานกีฬา เช่นการปีนหน้าผา เพื่อที่จะใช้ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และน้ำหนักเบา กับอีกกลุ่มที่ใช้เป็นอุปกรณ์เพื่อเกี่ยวแขวนทั่วไป เช่น แขวนเปล แขวนขวดน้ำ เพราะใช้สะดวก และมีราคาถูก

 

Non Locking Carabiner

Straight Gate เป็นตัวเบสิคของกลุ่ม Non locking carabiner พบเห็นได้ทั่วไป เป็นก้านประตูตรงๆ ใช้งานทั่วไป แข็งแรงทนทาน ใช้เกี่ยวอุปกรณ์แขวนติดไปกับฮาร์เนส ใช้เซฟตี้ตัวเองได้ประมาณหนึ่ง

 

Bent-gate ตัวประตูจะมีความโค้งแอ่นเหมือนอานม้า ความโค้งตรงนี้ออกแบบมาเพื่อให้ใส่เชือกเข้าไปได้ง่าย มักใช้กับการปีนหน้าผา ที่ต้องคล้องเชือกด้วยมือเดียวกอย่างรวดเร็ว ประตูแบบ Bent gate จึงนิยมใช้ทำเป็น Quickdraws ด้วย เวลาใส่เชือก ก็แค่เอาเชือกดันไปตามโค้งประตูให้ประตูมันเปิดให้เชือกเข้าไป ถ้าเทียบกับประตูตรงๆแล้ว ประตูโค้งๆจะใส่เชือกได้ง่าย และเร็วกว่า แต่ประตูแบบนี้ไม่แนะนำให้ใช้กับการเซฟตี้ เพราะมันมีโอกาสที่ประตูจะเปิดออกได้เองได้ง่าย แม้แต่ในการใช้ quickdraws ก็จะให้อยู่ที่ตำแหน่งใส่เชือก ตัวที่ใช้แขวนกับ Bolt จะเป็นตัว Straight Gate

 

Wire-gate ต่างจาก 2 ตัวแรกตรงที่ตัวนี้ประตูจะเป็นแค่ก้านลวด ไม่ได้เป็นแท่งตัน การออกแบบเช่นนี้เพื่อลดน้ำหนักให้ carabiner เบาลง ซึ่งมีผลมากเมื่อต้องปีน หรือแบกไปจำนวนเยอะๆ หรือต้องแบกเอาไปใช้ในที่ไกลๆ ข้อดีที่พบภายหลังเมื่อมีนักปีนหน้าผา และปีนภูเขาสูง (Alpine) นำไปใช้ เพราะนอกจากมันจะเบาแล้ว การต้านลมก็น้อยลง การขยายตัว หด ตัวของโลหะเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงอากาศก็น้อยลงด้วย ในปัจจุบันหลายๆแบรนด์มีการพัฒนารูปแบบของ wire gate ที่เป็นเส้นคู่ ให้เหลือเพียงเส้นเดียว และใช้วิธีล็อกปุ่มที่ปลายเข้ากับโครงหลักเพื่อไม่ให้ประตูขยับ

 

ส่วนใหญ่แล้วคาราบิเนอร์แบบ Non Locking เป็นที่นิยมใช้กับการปีนหน้าผา โดยการเป็นตัวเกี่ยวอุปกรณ์ต่างๆ และเป็น Quickdraws ไม่ได้เป็นอุปกรณ์เซฟตี้ในงานกู้ภัย และการทำงานที่สูง เพราะแม้ว่ามันจะรับแรงได้สูงก็จริง ตัวประตูของมันไม่ได้มีระบบเซฟตี้ที่ดีนัก อาจจะเปิดได้เองในขณะใช้งานได้ จึงไม่เหมาะกับงานที่ต้องการความปลอดภัยสุง

 

Locking Carabiner

Screw gate เมื่อมีการปิดประตูแล้ว เราจะหมุนเลื่อนสกรูเข้าไปล็อกไม่ให้ประตูเปิดเองได้ วิธีนี้ทำให้เราใช้งานได้อย่างปลอดภัย โอกาสที่ประตูจะเปิดได้เองนั้นมีน้อยมาก อาจมีขยับบ้าง เลื่อนบ้าง แต่ก็ยังอยู่ในช่วงล็อกประตู เว้นแต่ว่าจะลืมหมุนปิดล็อกตั้งแต่แรก ดังนั้น ก่อนขึ้นทำงาน หรือมีการติดตั้งระบบเรียบร้อยแล้ว นอกจากจะตรวจสอบความถูกต้องของระบบแล้ว อย่าลืมเช็คกล็อกประตูของคาราบิเนอร์ทุกตัวด้วย

Twist-Lock ตัวนี้ออกมาแก้ไขการลืมล็อกประตูของผู้ใช้งาน โดยเป็น Auto lock gate ตัวประตูจะมีกลไกให้บิด แล้วดันประตู เมื่อเกี่ยวเรียบร้อย ปล่อยมือจากประตู มันจะปิดและล็อกเองแบบอัตโนมัติ ไม่ต้องกลัวลืม แถมล็อกได้อย่างรวดเร็วด้วย

 

แต่มันมีข้อเสียที่ต้องคอยระวังในระหว่างการใช้งาน ที่มีการเคลื่อนไหว อาจมีการถูของเชือกตรงประตูจนทำให้ประตูเปิดได้โดยไม่ตั้งใจได้ แม้จะไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก แต่โอกาสของการเปิดประตูได้เองนั้นสูงกว่าแบบ Screw gate จึงควรใช้งานในตำแหน่งที่ไม่ค่อยมีการเคลื่อนไหวมาข้องเกี่ยว

และสำหรับคนที่ไม่คุ้นชินกับการเปิดปิดประตูประเภทนี้ อาจมีความลำบากในการเปิดด้วยมือเดียว ดังนั้นการใช้งานคาราบิเนอร์แบบ Twist lock นี้นอกจากต้องคอยระวังแล้ว ยังไม่ค่อยเหมาะกับคนที่ใช้งานด้วยมือเดียวไม่ได้อีกด้วย

 

Triple Lock หรือ 3D Lock เป็นอีกตัวที่มีการล็อกแบบอัตโนมัติ แต่จะมีกลไกการเปิดปิดที่ซับซ้อนขึ้น ต้องมีจังหวะการหมุน ดันตามแนวตั้ง แล้วจึงดันเพื่อจะเปิดประตู เป็นการพัฒนามาจากตัว Twist lock ที่ใช้เพียงการบิดแนวเดียว การเปิด ปิดที่ยากขึ้นเป็นการแก้ปัญหาการเปิดประตูอย่างไม่ตั้งใจของ Twist Lock  ตัวTriple lock นี้เปิดเองได้ยากมาก และเปิดด้วยมือเดียวได้ยากด้วยเช่นกัน แต่มันเหมาะมากที่จะอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ต้องไปเปิดปิดบ่อยๆ โดยรวมาแล้วมันออกแบบให้ป้องกันการลืมล็อกคาราบิเนอร์ ให้มีความปลอดภัยมากกว่าแบบ Twist lock

 

จบไปแล้วกับรูปแบบประตูต่างๆ วิธีการเลือกคาราบิเนอร์จะมีหลักเกณฑ์หลายรูปแบบ แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว เรื่องแรกที่เราจะดู คือเรื่องสเป็ค รองลงมาเป็นเรื่องรูปร่าง ส่วนเรื่องอื่นๆจะถือเป็นเรื่องรองๆลงมา ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนัก หรือประตู เพราะส่วนอื่นๆนอกจากสเป็คแล้ว มันจะมีการพัฒนาต่อไป เพื่อให้มีรายละเอียดเหมาะกับการใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่ว่ามันจะพัฒนาไปอย่างไร หากเรารู้หลักการพื้นฐานอย่างเข้าใจแล้ว เรื่องต่อยอดไม่ใช่เรื่องยาก

 

เรียบเรียงโดย ข้าวขาว

กรกฎาคม ๒๕๖๔

Post Comments

* ข้อมูลที่จำเป็น

เราไม่ส่งอีเมล์รบกวนบ่อย จะส่งเฉพาะมีกิจกรรมสำคัญๆ เช่น ลดราคาประจำปี หรือ โปรโมชั่นใหญ่ๆ เท่านั้น