Blog - การวิ่งอัลตร้า กับ ภาวะกล้ามเนื้อสลาย

การวิ่งอัลตร้า กับ ภาวะกล้ามเนื้อสลาย
โดย Thamrong admin 29/7/2021 08:26 ข้อคิดเห็น

การวิ่งอัลตร้า กับ ภาวะกล้ามเนื้อสลาย 

เมื่อพูดถึงอาการของภาวะกล้ามเนื้อสลาย และภาวะไตวาย – มีใครบ้างที่ตกอยู่ในความเสี่ยงนี้?

ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ของมวลร่างกายทั้งหมดของเราประกอบด้วยกล้ามเนื้อลาย (striated muscle หรือ skeletal muscle) เป็นกล้ามเนื้อส่วนใหญ่ของร่างกาย การออกกำลังกายที่ร่างการไม่คุ้นเคยและโดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกกำลังกายแบบ Eccentric exercise (การออกแรงขณะใยกล้ามเนื้อถูกยืด) สามารถทำให้เกิดการทำลายเซลล์กล้ามเนื้อ และมีการหลั่งสารที่อาจเป็นพิษเข้าสู่กระแสเลือด คำว่า “ภาวะกล้ามเนื้อสลาย” หรือ "Rhabdomyolysis" หมายถึงการทำละลายของมวลกล้ามเนื้อ เป็นที่รู้จักกันดีในประเภทของการออกกำลังกายที่ต้องใช้ร่างกายอย่างหนัก เนื่องจากการวิ่งอัลตร้ามาราธอน โดยเฉพาะการแข่งนั้น จำเป็นต้องใช้กล้ามเนื้อทั้งร่างกายอย่างหนักหน่วง และทำให้ร่างกายต้องผลักดันขีดจำกัดไปจนเกินระดับที่เคยทำในช่วงของการฝึกซ้อมในแต่ละวัน ซึ่งอาการกล้ามเนื้อสลาย ก็กลายเป็นอาการพบได้ทั่วไปหลังการแข่งขัน

การวินิจฉัยนั้น ภาวะกล้ามเนื้อสลาย มักเกิดขึ้นเมื่อระดับ creatine phosphokinase (CPK) หรือ ระดับเอนไซม์กล้ามเนื้อ สูงกว่า 10,000 U/L ซึ่งค่าสูงสุดของช่วงร่างกายปกติคือประมาณ (200 U/L) โดย CPK เป็นเอนไซม์ที่พบในเซลล์กล้ามเนื้อ ดังนั้นเมื่อเซลล์กล้ามเนื้อเสียหาย เอนไซม์นี้จะถูกปล่อยเข้าสู่กระแสเลือดในสัดส่วนที่สัมพันธ์กับระดับการสลายตัวของกล้ามเนื้อ โดยเอ็นไซม์ CPK เองนั้นไม่ได้มีความอันตรายแต่อย่างใด แต่มักใช้เป็นตัวแทนของการปลดปล่อยไมโอโกลบิน (Myoglobin) ซึ่ง ไมโอโกลบิน นั้นเป็นโปรตีนสีแดงขนาดใหญ่ที่อาจก่อให้เกิดการอุดตันและ/หรือตกผลึกภายในท่อไตได้ ดังนั้น ภาวะกล้ามเนื้อสลาย อาจนำไปสู่การบาดเจ็บที่ไตเฉียบพลัน และในกรณีที่รุนแรงก็ทำให้เกิดอาการ ภาวะไตวาย ได้ เมื่อโปรตีน myoglobin ขนาดใหญ่เหล่านี้ติดอยู่ในระบบกรองของไตในขณะที่ร่างกายพยายามขับสารเหล่านี้ออกทางปัสสาวะ ดังนั้นปัสสาวะที่ออกมาจึงมีสีเข้ม (ดูเหมือนโคคาโคล่า) จึงเป็นสัญญาณที่เห็นได้ชัดเจนว่ามี มัยโอโกลบินจำนวนมากถูกปล่อยเข้าสู่กระแสเลือด ดังนั้นถ้าหากมีอาการนี้จึงต้องมีการติดตามการทำงานของไตอย่างระมัดระวัง

อย่างไรก็ตามภาวะกล้ามเนื้อสลายของคนที่ไม่ได้ออกกำลังกายนั้นมีความแตกต่างกัน (เช่น การบาดเจ็บจากการกระแทก การติดเชื้อ การใช้ยา และสารพิษต่างๆ เป็นต้น) ซึ่งอาการที่พัฒนาจากภาวะกล้ามเนื้อสลาย ไปสู่ภาวะไตวายเฉียบพลันนั้นอยู่ระหว่าง 17 – 40 เปอร์เซ็นต์ของกรณีศึกษาต่างๆ โดยภาวะกล้ามเนื้อสลาย ที่เกิดจากการออกกำลังกายแล้วมีอาการพัฒนาไปจนถึงภาวะไตวายเฉียบพลันนั้นมีอยู่น้อยมากๆ อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่หายากมากๆอย่างภาวะกล้ามเนื้อสลาย ที่จะนำไปสู่ภาวะไตวายในกลุ่มนักวิ่งอัลตร้ามาราธอน ดูเหมือนว่าจะมีสาเหตุที่เหมือนกับ "Perfect Storm" ซึ่งหมายถึง สถานการณ์แย่ๆ ที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กันอย่างบังเอิญ และทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลง เนื่องด้วยปัจจัยต่างๆ ดังนี้ (การดื่มน้ำมากเกินไป, การกินยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID), และการใช้ยาแก้ปวด, ความเครียดของร่างกายที่เกิดจากความร้อน, การติดเชื้อไวรัส/แบคทีเรีย, การที่ร่างกายมีความฟิตต่ำ)

เนื่องจากอุบัติการณ์ของภาวะกล้ามเนื้อสลาย และภาวะไตวายดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นอย่างมากในกลุ่มนักวิ่งอัลตร้ามาราธอน ดังนั้น คำถามและคำตอบพื้นฐานสี่ข้อด้านล่างนี้คือคำถามที่นักวิ่งอัลตร้ามาราธอนควรเข้าใจและแบ่งปันกับทีมงาน:

1) ภาวะอาการกล้ามเนื้อสลายอันตรายแค่ไหน? 

ภาวะกล้ามเนื้อสลายที่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกายนั้นไม่เป็นอันตรายและไม่ใช่อาการของชีวเคมีที่ผิดปกติในกลุ่มนักวิ่งที่มีการแข่งขันกันในระดับอัลตร้ามาราธอน อันที่จริงคือมันเป็นดรื่องธรรมดามากกว่าเรื่องผิดปกติ! และจะหาได้ยากขึ้นถ้าเป็นกรณีที่อาการกล้ามเนื้อสลายจะพัฒนาไปสู่ภาวะไตวายในนักกีฬา ซึ่งต้องมีปัจจัยเพิ่มเติมต่างๆ ซึ่งทำให้เกิด "พายุที่สมบูรณ์แบบ" หรือ “Perfect Storm” ตามที่กล่าวข้างต้น 

2) สัญญาณเตือนว่าเกิดอาการกล้ามเนื้อสลายและจะเป็นอันตรายต่อไตนั้นจะสังเกตจากอะไร? 

เมื่อปัสสาวะที่ออกมา มีปริมาณน้องและสีเข้มมาก จากนั้นควรเริ่มตรวจสอบปริมาณของเหลวที่ไหลเกินเข้าไปและขับออกมาอย่างละเอียด มีหลายกรณีที่นักวิ่งจะปัสสาวะออกมาเป็นสีน้ำตาลแดง ซึ่งจะหายไปเองระหว่างการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม หากยังมีอาการปัสสาวะ “โคคาโคล่า” ยังมีอยู่หรือแย่ลง การปัสสาวะจะยากขึ้น คุณเริ่มรู้สึก “ท้องอืด” หรือปวดหลังส่วนล่าง นอกเหนือไปจากอาการปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง ซึ่งถ้าหากมีอาการเหล่านี้คุณจำเป็นต้องขอคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทันที! ทั้งในระหว่างการแข่งขันหรือนอกการแข่งขันก็ได้

3) ปัจจัยใดบ้างที่ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดภาวะไตวายที่มีอาการเริ่มต้นมาจากอาการกล้ามเนื้อสลาย? 

ความร้อนสะสมมากเกินไป, ภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง, การใช้ NSAID และ/หรือยาแก้ปวด และการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียมาก่อนหน้านี้ ทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ได้รับการวิจัยมาอย่างดีแล้วสำหรับการพัฒนาไปสู่อาการกล้ามเนื้อสลายที่เกิดจากการออกกำลังกายซึ่งนำไปสู่ภาวะไตวาย มีผลการวิเคราะห์เมื่อเร็วๆ นี้ว่าอาการสะสมของภาวะโซเดียมในเลือดต่ำในระหว่างการวิ่ง หรือการซ้อมไม่เพียงพอ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากอาการบาดเจ็บทำให้เวลาในการฝึกมีน้อยลง) รวมถึงการเป็นนักวิ่งเพศชายที่มีอายุน้อยและมีความเร็ว ซึ่งพยายามจะฝืนร่างกายตัวเองเพื่อให้จบการแข่งขัน ก็อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติม ที่จะทำให้เกิดภาวะไตวายที่เกี่ยวข้องกับภาวะกล้ามเนื้อสลายได้

4) แล้วจะป้องกันการเกิดภาวะไตวายที่มีสาเหตุจากภาวะกล้ามเนื้อสลาย ในระหว่างการวิ่งอัลตร้ามาราธอนได้อย่างไร?

  • หลีกเลี่ยงการใช้ NSAIDs (Advil, Motrin, Aleve, Celebrex และอื่นๆ) และ/หรือยาแก้ปวดระหว่างการแข่งขันอัลตร้ามาราธอน
  • อย่าแข่งขันหากคุณเพิ่งมีอาการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย
  • อย่าดื่มน้ำมากเกินไปหรือน้อยเกินไป
  • ซ้อมให้เพียงพอและเหมาะสมกับงานแข่งขันที่ลงสมัครไว้ หากคุณได้รับบาดเจ็บ ควรพักให้หายและกลับมาแข่งเมื่อมีสภาพร่างกายที่พร้อมแล้วเท่านั้น
  • ฟังร่างกายของคุณ; หากคุณมีสัญญาณเตือนดังกล่าวข้างต้น ให้รีบไปพบแพทย์ทันที!

 

แปลและเรียบเรียงโดย UltraMiles

ที่มา : https://ultrarunning.com/features/running-rhabdomyolosis-and-renal-failure-whos-at-risk/

https://www.health.harvard.edu/blog/rhabdo-a-rare-but-serious-complication-of-exercise-2018011113059

https://www.sportsmedtoday.com/exerciseinduced-hematuria-va-116.htm

https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/urine-color/symptoms-causes/syc-20367333

https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/17465608/

https://www.crossfit053.com/rhabdomyolysis

https://keepkidshealthy.com/2017/12/03/30-uncommon-diseases-parents-should-learn-to-recognize/

Post Comments

* ข้อมูลที่จำเป็น

เราไม่ส่งอีเมล์รบกวนบ่อย จะส่งเฉพาะมีกิจกรรมสำคัญๆ เช่น ลดราคาประจำปี หรือ โปรโมชั่นใหญ่ๆ เท่านั้น