Blog - คุณค่าของ “ไฟ” ความหมายของชีวิต

คุณค่าของ “ไฟ” ความหมายของชีวิต
โดย Thamrong admin 20/7/2021 20:50 ข้อคิดเห็น

ในโลกทุกวันนี้ เราอาจจินตนาการไม่ออกว่า “ไฟ” สำคัญแค่ไหน

และมนุษย์ ที่มี ไฟ กับ ไม่มี นั้นแตกต่างกันอย่างไร

เป็นเวลาหลายแสนปีที่เผ่าพันธุ์มนุษย์ใช้ชีวิตดิ้นรนในธรรมชาติเช่นเดียวกับสัตว์ป่าทุกชนิด เราอยู่กันเป็นกลุ่ม เก็บของป่าตามแต่จะเจออะไร ผลไม้ ขุดหัวพืช ล่าและดักจับสัตว์เล็กๆ และถ้าโชคดี อาจได้เจอซากสัตว์ที่ถูกสัตว์อื่นล่าทิ้งไว้ เนื้อสัตว์ใหญ่เป็นของหายาก ที่ต้องอาศัยโชคชะตา และแม้จะเจอซากสัตว์ก็ยังต้องเสี่ยงชีวิตแย่งชิงจากสัตว์กินซากอื่นๆ เช่นกัน แต่ละวันผ่านไปอย่างยากลำบาก วงจรธรรมชาติที่ดูเป็นเรื่องเรียบง่ายและธรรมดาในยุคนี้ เช่น กลางวัน กลางคืน ฤดูกาล ฝนตก ฟ้าผ่า ในยุคนั้น ล้วนคือปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้และอาจชี้เป็นชี้ตายให้กับสิ่งมีชีวิตที่แสนอ่อนแอสายพันธุ์นี้


มนุษย์ไร้เขี้ยวเล็บและอ่อนแอ แทบไม่สามารถป้องกันตัวจากสัตว์ร้ายได้เลยหากต้องเผชิญหน้ากัน

จนกระทั่งราว 2 แสนปีก่อน มนุษย์โบราณสายพันธุ์หนึ่ง (หรือตัวหนึ่ง) ได้ค้นพบวิธีการจุดไฟขึ้น นับจากนั้น บทบาทของสัตว์สายพันธุ์นี้ที่มีต่อโลกใบนี้ ก็เปลี่ยนไปตลอดกาล

และไม่ว่าโลกทุกวันนี้ จะดีหรือไม่ก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “ไฟ” เป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้มนุษยชาติพัฒนามาจนเป็นเช่นทุกวันนี้


ทำไมไฟจึงสำคัญนัก?

เรารวบรวมเหตุผลสำคัญ 5 ข้อไว้ที่นี่

1. ทำและถนอมอาหาร

เราเชื่อว่ามนุษย์โบราณน่าจะรู้จักเคยลิ้มรสอาหารที่ผ่านความร้อนจนสุกมาบ้าง จากพืชและสัตว์ที่ถูกไฟป่าเผาในธรรมชาติ เพียงแต่ว่าการสร้างไฟเองไม่ได้ ทำให้พวกเขาต้องเฝ้ารอโชคชะตาจากไฟป่าหรือฟ้าฝ่า การก่อไฟได้เอง จึงเป็นการปฎิวัติรูปแบบของอาหารที่มนุษย์บริโภค อาหารดิบที่ผ่านความร้อนจนสุกนั้นปลอดจุลินทรีย์ก่อโรค อีกทั้งยังย่อยง่าย ร่างกายดูดซึมสารอาหารต่างๆ ได้ดีขึ้น ใช้เวลาและพลังงานในการย่อยอาหารน้อยลง ผลพลอยได้จากไฟ คือควันไฟ ยังถูกใช้รมควันเนื้อเพื่อถนอมอาหารให้เก็บรักษาได้นานขึ้น คุณภาพชีวิตในด้านอาหารของมนุษย์จึงดีขึ้นในทุุกด้าน

 

2. ให้ความอบอุ่น

มนุษย์เป็นสัตว์ที่มีขนปกคลุมร่างกายน้อยมาก จึงไม่เหมาะกับการใช้ชีวิตในสภาพอากาศหนาว ไฟที่ให้ความอบอุ่นทำให้มนุษย์เอาชนะข้อจำกัดทางกายภาพนี้ได้ งานวิจัยชี้ชัดว่า ช่วงเวลาหลังจากที่มนุษย์ควบคุมไฟได้ มนุษย์หลากหลายสายพันธุ์ ได้เดินทางกระจายไปทั่วโลก แทบทุกทวีป ในชั่วระยะเวลาไม่กี่หมื่นปี แม้แต่ในสถานที่ที่หนาวที่สุดอย่าง ไซบีเรีย อลาสกา ยุโรปตอนเหนือ และ กรีนแลนด์ และแน่นอน ทุกแห่งทุกอารยธรรมมีร่อยรอยของการใช้ไฟ

3. แสงสว่างยามค่ำคืน

มนุษย์ทำอะไรแทบไม่ได้ในช่วงกลางคืนที่มืดมิด กองไฟที่ให้แสงสว่าง ทำให้ช่วงเวลาทุกค่ำคืนนั้นมีคุณค่าขึ้นอย่างมาก มนุษย์ใช้เวลาช่วงค่ำรอบกองไฟ ทุกคนมาอยู่พร้อมหน้ากัน ทานอาหาร พูดคุย เล่าเรื่องราวต่างๆ เป็นช่วงเวลาที่ทุกคนมีความสุข ปลอดภัยและผ่อนคลาย แสงสว่างทำให้มนุษย์มีเวลาต่อวันเพิ่มขึ้นในการสร้างสรรค์ผลงานต่างๆ นวัตกรรมหลายอย่างน่าจะกำเนิดขึ้นในช่วงเวลาเช่นนี้ การสร้างอาวุธ กับดักไว้ล่าสัตว์ ฟอกหนังสัตว์ ปรับปรุงที่พัก จักสานเครื่องมือเครื่องใช้ ทำหรือถนอมอาหาร หรือสร้างงานศิลปะอย่าง ภาพเขียนบนผนังถ้ำ และเครื่องปั้นดินเผาต่างๆ

4. เป็นอาวุธและป้องกันภัย

สัตว์ทุกชนิด (รวมถึงมนุษย์) ล้วนกลัวไฟ และหลีกเลี่ยงในการอยู่ใกล้ไฟเสมอ แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไป เมื่อมนุษย์สร้างและควบคุมไฟได้ เราใช้ประโยชน์จากไฟในด้านการป้องกันภัยจากสัตว์อันตราย กองไฟและควันไฟที่ลอยไปไกล ทำให้สัตว์ต่างๆ ไม่เข้ามาใกล้ มนุษย์ยังใช้ไฟช่วยในการล่าสัตว์ ทำให้สัตว์ตื่นกลัว วิ่งเตลิดหนีไปยังทิศทางที่วางกับดักไว้ หรือใช้เผาพื้นที่เพื่อหาเก็บของป่า เช่น เห็ด หรือ น้ำผึ้ง ไฟกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้มนุษย์ไต่อันดับจากเหยื่อ เป็นผู้ล่า และขึ้นสู่จุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารได้ในที่สุด

5. แปรรูปวัสดุ สร้างเครื่องมือ

ความร้อนจากไฟ สามารถเปลี่ยนคุณสมบัติของวัสดุได้ มนุษย์โบราณค้นพบว่า เมื่อนำปลายหอกไม้ที่เหลาแหลมมาเผา จะทำให้มีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น ดินเหนียวที่ปั้นเป็นรูปทรงต่างๆ เมื่อผ่านการเผาจะแข็งและคงรูปถาวร จึงนำไปสร้างข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ และเป็นจุดเริ่มต้นของเครื่องปั้นดินเผา (Ceramics) การใช้ไฟแปรรูปวัสดุ พัฒนามากระทั่งค้นพบการหลอมโลหะ ทำให้อารยธรรมมนุษย์พ้นจากยุคหิน เข้าสู่ยุคเหล็กในที่สุด

6. เผาทำลายป่า เปิดพื้นที่ใหม่ๆ

วิถีชีวิตที่พัฒนาจากล่าสัตว์หาของป่า มาเป็นแบบตั้งรกราก ทำการเกษตร ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ทำให้มนุษย์ต้องการพื้นที่ราบ โล่งกว้าง แต่การถางป่าด้วยกำลังกายและเครื่องมือที่มีในยุคนั้นถือเป็นเรื่องยากและคืบหน้าได้ช้า แต่ด้วยการใช้ไฟ การเผาป่า ทำให้มนุษย์บุกเบิกเข้าไปยังพื้นที่ใหม่ๆ ได้ง่ายและเร็วขึ้นหลายเท่า ไฟปรับเปลี่ยนผืนป่ารกดงดิบให้โล่งเตียนกลายเป็นพื้นที่ที่เหมาะสำหรับการเพาะปลูกในที่สุด


นับจากค้นพบและควบคุมไฟได้ มนุษย์ใช้ประโยชน์จากไฟมากมาย เวลาดำเนินเนิ่นนานนับแสนปี ไฟได้กลายเป็นสิ่งจำเป็นในวิถีชีวิตมนุษย์ในระดับที่ขาดไม่ได้ และเราใช้ประโยชน์จากไฟมากกว่า 6 ข้อพื้นฐานดั้งเดิมไปมาก ไฟเป็นองค์ประกอบสำคัญในพิธีกรรมต่างๆ เป็นตัวแทนเทพเจ้าในหลายความเชื่อ เป็นรากฐานสำคัญของทุกอารยธรรม 

นี่จึงเป็นสาเหตุที่ว่า ทำไมเราจึงรู้สึก อบอุ่น และผ่อนคลายเมื่ออยู่ใกล้กองไฟกับแสงสีเหลืองนวลตาของมัน จนอาจกล่าวได้ว่ากิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ จะไม่สมบูรณ์ไปได้เลย ถ้าขาดกองไฟ

ลองหาโอกาสอยู่คนเดียวในธรรมชาติ ก่อกองไฟเล็กๆ ซักกอง มองเข้าไปในท่อนฟืนที่กำลังลุกไหม้ ได้กลิ่นควันแสบจมูก มองให้ลึกไปกว่านั้น สำรวจลงไปในจิตใต้สำนึกของเรา ที่นั่น เราจะพบ รากฐานและหลักฐานของ ไฟ ที่มีบทบาทสำคัญตลอดช่วงระยะเวลาวิวัฒนาการอันยาวนานของสายพันธุ์มนุษย์ และไม่ว่าจะในอดีต ปัจจุบัน หรือ อนาคต ไฟยังคงเป็นสิ่งที่เราต้องการเสมอ

 

Tags:

Post Comments

* ข้อมูลที่จำเป็น

เราไม่ส่งอีเมล์รบกวนบ่อย จะส่งเฉพาะมีกิจกรรมสำคัญๆ เช่น ลดราคาประจำปี หรือ โปรโมชั่นใหญ่ๆ เท่านั้น